PASSIVE INCOME หลักแสน หลักล้าน ต่อเดือนได้ เขาต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง
ยกตัวอย่าง
เพื่อนผมคนหนึ่ง เขาสร้างกลุ่มบนเฟซบุ๊กขึ้นมา แล้วพัฒนากลุ่มนั้น ให้เป็นเหมือนตลาดนัดออนไลน์ โดยจัดสัดส่วนของสมาชิกในกลุ่ม ให้สมดุลกัน โดยมีจำนวนแม่ค้า 20% ลูกค้า 80%
ซึ่งตอนที่เขาสร้างกลุ่มใหม่ๆ เขาก็เปิดให้แม่ค้าเข้ามาขายฟรีๆ ก่อน
แต่หลังจากนั้น เมื่อกลุ่มของเขามีสมาชิกมากขึ้น กลุ่มเริ่มใหญ่ขึ้น จึงทำให้ศักยภาพในการ ซื้อ-ขาย ก็มากขึ้นตามไปด้วย ทำให้กลุ่มนี้กลายเป็นกลุ่มที่มีเงินสะพัดมหาศาล
คราวนี้เขาก็เริ่มเก็บค่าแผงจากผู้ขายครับ คือ ถ้าใครอยากจะโพสต์ขาย หรือ Live ในกลุ่มของเขา จะต้องมีรหัสผู้ขาย โดยคนที่จะมีรหัสนี้ได้ จะต้องจ่ายค่าสมาชิกก่อน หรือ พูดง่ายๆ ก็คือ ค่าแผงตลาด นั่นแหละ

โดยกำหนดเรทราคาเอาไว้ 2 แบบ คือ
– ถ้าจ่ายเป็นรายเดือน ก็เดือนละ 100 บาท
– ถ้าจ่ายเป็นรายปี ก็จะได้ราคาพิเศษ ลดเหลือเพียง ปีละ 1,000 บาท
เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถสร้าง Passive income ได้แล้ว ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับการที่คุณเป็นเจ้าของแผงตลาดใหญ่ๆ ในโลกความเป็นจริงเลย แต่มันต่างกันตรงที่ คุณไม่ต้องใช้เงินเป็นล้านไปซื้อที่ดิน ไม่จำเป็นต้องลงทุนจ้างผู้รับเหมามาก่อสร้างตลาด
เพียงแค่จ้างแอดมินสักคน ราคาไม่เกิน 12,000 บาท มาคอยเก็บค่าสมาชิก คอยดูแลเรื่องกฎระเบียบของกลุ่ม และ ดูแลสัดส่วนของคนในตลาดไม่ให้มีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อก็เท่านั้นเอง
ซึ่งปัจจุบัน เพื่อนผมคนนี้มี Passive income จากกลุ่มเฟซบุ๊กนี้อย่างเดียวประมาณ 80,000 บาท/เดือน เลย
หรือ ลูกศิษย์ของผมในคลาส Content Make Money ซึ่งเป็นเจ้าของเพจ ตื่นสายมาเทรดหุ้นคริปโต เขาก็สร้างกลุ่มเฟซบุ๊กเกี่ยวกับคริปโตฯ ขึ้นมา แล้วพัฒนามันจนปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 100,000 คน
ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาก็เพิ่งมาปรึกษาผม บอกว่า มีคนมาขอซื้อกลุ่มนี้ ในราคา 1,000,000 บาท ซึ่งเขาก็ลังเลว่าจะขายดีไหม ก็เลยเข้ามาปรึกษาผม
ผมจึงขอเข้าไปดูในกลุ่มนั้น และทันทีที่เห็นทั้งศักยภาพของกลุ่ม รวมถึงศักยภาพของลูกศิษย์คนนี้
ผมตอบกลับไปทันทีอย่างมั่นใจเลยว่าเลย อย่าขายเด็ดขาด เพราะคุณสามารถทำเงินได้หลายล้านจากกลุ่มนี้แน่นอน อย่างน้อยก็ 10,000,000 บาท แน่ๆ ผมรับประกัน
เห็นไหมครับว่า โซเชียลริมทรัพย์ มันไม่ต่างอะไรกับการที่คุณ มีที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ บนโลกความเป็นจริงเลย
สมัยก่อน ที่ดินในโลกความเป็นจริง ราคาถูก ไม่มีใครเห็นค่า คุณยายของผมเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนถ้าอยากได้ที่ดินตรงไหน ก็สามารถเอาไม้ไปปักจับจองได้เลย
คนที่มองการณ์ไกล จึงเข้าไปจับจองที่ดินตั้งแต่ยังไม่มีราคา เอามาพัฒนา ทำให้คนเดินผ่านเยอะๆ หลังจากนั้นก็เอามาปล่อยเช่า หรือ ขายทำเงิน
ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับที่ดินในออนไลน์ตอนนี้ ที่ราคามันยังไม่แพง ถ้าคุณอยากได้ ก็แค่เข้าไปจับจอง แล้วพัฒนามันให้เกิดมูลค่า
และ ถ้าคุณสังเกตดีๆ จะพบว่าตอนนี้การสร้างที่ดิน หรือ อสังหาฯ บนออนไลน์มันเริ่มยากขึ้น ยากขึ้น เรื่อยๆ มันก็เลยทำให้ราคาซื้อ-ขายของมันก็แพงขึ้นตามไปด้วย
ดังนั้น ถ้าคุณไม่มีเงินทุน ไม่ได้รวย แต่อยากมี Passive income จากโซเชียลริมทรัพย์ บอกเลยว่าเริ่มตอนนี้ยังทัน ขอให้รีบทำ ก่อนที่มันจะยาก และ ราคาแพงเหมือน อสังหาริมทรัพย์ ในโลกความเป็นจริง
ทรัพย์สินประเภท ที่ 2 คือ ทรัพย์สินที่มาจาก “ฝีมือ” หรือ ที่เราเรียกว่า “ทรัพย์สินทางปัญญา”
จำเอาไว้ว่า เราทุกคนล้วนมีธุรกิจซ่อนอยู่ในตัว อย่างน้อยคนละ 1 ธุรกิจ โดยสิ่งเหล่านี้มักจะอยู่ในรูปแบบของ ความชอบ งานอดิเรก หรือ สิ่งที่เราถนัด
เพียงแค่คุณต้องเอามันออกมาปัดฝุ่น แล้วใช้ “หาเงิน” เท่านั้นเอง

